ศึก โมโตจีพี 2026 เปิดฉากดวลสนามแรก “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์” ด้วยความมันส์ระดับ 5 ดาว เปโดร อคอสต้า นักบิดสแปนิชจาก เคทีเอ็ม งัดฟอร์มโหดไล่บี้ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกจาก ดูคาติ ที่โดนปรับโทษอย่างสุดมันส์จากดราม่าโค้ง 12 ส่งผลให้ “เบบี้ชาร์ค” ผงาดคว้าชัยชนะครั้งแรกของตัวเองใน “พรีเมียร์คลาส” และสร้างสถิติเป็นนักบิดอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เข้าวิน “สปรินต์เรซ”
การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2026 สนามที่ 1 ของฤดูกาล รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ ดวลความเร็วรอบ “สปรินต์เรซ” บ่ายวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
กริดสตาร์ทในเรซนี้มี มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชแชมป์โลกคนปัจจุบันจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ราอูล เฟร์นันเดซ นักบิดสแปนิชจาก แทร็คเฮาส์ โมโตจีพี ทีม ที่ทะยานขึ้นมาจาก Q1
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 13 รอบสนาม โดย มาร์เกซ ชิงจังหวะออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนจะเสียบแซงขึ้นมาเป็นผู้นำได้ตั้งแต่โค้งแรก ซึ่งหลังจากนั้นที่โค้ง 3 อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายจาก เกรซินี เรซซิ่ง หนึ่งในตัวเต็งลุ้นแชมป์ ควบคุมรถไม่อยู่จนบานออกนอกแทร็ก พร้อมกับพาให้ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ นักบิดอิตาเลียนจาก เปอร์ตามิน่า เอ็นดูโร วีอาร์46 เรซซิ่ง เสียจังหวะหลุดออกไปทั้งคู่
การชิงตำแหน่งหัวแถวในช่วงต้นเรซ เป็นการไล่บดกันอย่างสุดมันส์ของ มาร์ค มาร์เกซ และ เบซเซ็คคี ที่สลับกันขึ้นนำหลายครั้ง ก่อนที่นักบิดอิตาเลียนพลาดล้มลงไปที่โค้ง 8 อย่างน่าเสียดายในรอบที่ 2 และต้องออกจากการแข่งขันทันที
หลังจากนั้นกลายเป็น เปโดร อคอสต้า นักบิดสแปนิชจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ที่ขยับขึ้นมาไล่บี้กับ มาร์เกซ อย่างหนัก และมีจังหวะที่พยายามแซงในโค้ง 12 ถึง 3 ครั้ง ก่อนจะแซงได้สำเร็จในช่วง 3 รอบสุดท้าย
อย่างไรก็ดี ในรอบรองสุดท้ายมีจังหวะที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรซ เมื่อ มาร์เกซ เสียบแซง อคอสต้า คืนที่โค้ง 12 ทว่ามีการสัมผัสกันเล็กน้อยจนอีกฝ่ายหลุดออกไปนอกแทร็ก ก่อนที่กรรมการจาก เอฟไอเอ็ม จะลงโทษปรับ 1 อันดับจากจังหวะดังกล่าว ซึ่งแชมป์โลกชาวสแปนิชก็คืนอันดับให้คู่แข่งก่อนเข้าเส้นชัย
ผลการแข่งขันปรากฏว่า อคอสต้า ปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกของตัวเองใน โมโตจีพี ได้สำเร็จ ด้วยเวลารวม 19 นาที 39.155 วินาที สร้างสถิติเป็นผู้ชนะในรอบ “สปรินต์เรซ” ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เพียง 21 ปี ตามด้วย มาร์เกซในอันดับ 2 ตามหลัง 0.108 วินาที ส่วนอันดับ 3ตกเป็นของ ราอูล เฟร์นันเดซ ตามหลัง 0.540วินาที
ส่วนอันดับ 4 ตกเป็นของ ไอ โอกูระ ดาวบิดญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ โมโตจีพี ทีม ที่สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมไต่ขึ้นมาจากกริดที่ 8 ไล่กวดขึ้นมาเข้าเส้นชัยในอันดับดังกล่าว ตามหลังผู้ชนะ 2.100 วินาที ตามด้วย ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในอันดับ 5 ตามหลัง 3.851 วินาที
ด้าน แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง จบเรซในอันดับ 6 ตามหลังทีมเมท 4.612 วินาที ตามด้วย โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ตามหลัง 4.921 วินาที และ ดิ จิอันนันโตนิโอที่เสียจังหวะในรอบแรก แต่ไล่บี้ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 8 ตามหลังผู้ชนะ 5.748 วินาที
ขณะที่ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลก 2 สมัยชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม เจองานหนักหลังจากที่ต้องออกตัวในกริด 13 เจ้าตัวไต่ขึ้นมาเข้าป้ายในอันดับ 9 ตามหลังผู้ชนะ 6.910วินาที ส่วนรุกกี้อย่าง ดิโอโก้ โมเรร่า นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิเลียนจาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ ประเดิมเรซแรกใน โมโตจีพี ได้ไม่เลว ออกตัวจากกริดที่ 15 จบเรซในอันดับ 13 ตามหลัง 11.970วินาที ด้าน โทปรัค ราซกัตลิโอกลู นักบิดเติร์กจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี พลาดล้มก่อนบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 20
ทั้งนี้ การแข่งขันในรอบ “สปรินต์เรซ” เจมส์ -ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ (เจมมี่เจมส์) ศิลปินชื่อดัง เป็นผู้โบกธงตาหมากรุก
ศึก พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 จะดวลความเร็วรอบ “เมนเรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 1มีนาคม ถ่ายทอดสดทาง True4U ช่อง 24 และ แอพพลิเคชั่น ทรูวิชั่นส์นาว ช่อง SPOTV (689) เริ่มต้นด้วย โมโตทรี 12.00 น. ต่อด้วย โมโตทู เวลา 13.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี เวลา15.00 น.





























