บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ The Kia PV5 สู่ตลาดไทย สะท้อนหมุดหมายสำคัญในเส้นทางยานยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ และตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของเกียด้าน Future Mobility ในฐานะรถยนต์รุ่นแรกของเกียที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะบนแนวคิด Platform Beyond Vehicle (PBV) The Kia PV5 นำเสนอโซลูชันการเดินทางยุคใหม่ที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน รถรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านฟลีทและเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ
The Kia PV5 ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และผู้ให้บริการด้านการเดินทาง โดยผสานสถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะเข้ากับเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย พร้อมสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์การดำเนินงานในโลกธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเกียในการนำนวัตกรรมระดับโลกมาสู่กลุ่มลูกค้าในประเทศ และยังพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศสู่ระบบการเดินทางและการขนส่งที่สะอาดขึ้น ชาญฉลาดขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แรงขับเคลื่อนระดับโลกของเกียสู่อนาคตแห่งการเดินทาง
เกียเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำระดับโลกด้วยผลการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง การเร่งขับเคลื่อนสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ความสำเร็จของเกียในตลาดโลกได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้า และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต รวมถึงการเดินหน้าปรับบทบาทจากผู้ผลิตรถยนต์สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางและการขนส่งแห่งอนาคต (Future Mobility Provider) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านยานยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มการเดินทางที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง เกียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืนและเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้นทั่วโลก
The Kia PV5: รถยนต์ Platform Beyond Vehicle รุ่นแรกของเกีย
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านของเกียคือกลยุทธ์ Platform Beyond Vehicle หรือ PBV ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การเติบโตระดับโลกที่มุ่งนิยามวิธีการออกแบบ การใช้งาน และการเชื่อมต่อยานยนต์เข้ากับระบบนิเวศทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ PBV ช่วย ให้เกิดการเดินทางและการขนส่งที่มีความยืดหยุ่น ขยายการใช้งานได้หลากหลาย และขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
The Kia PV5 เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว และถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาด้านการเดินทางและการขนส่งของเกียในระดับโลก ด้วยการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม E-GMP.S (Electric Global Modular Platform for Service) ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถต่อยอดการใช้งานได้หลากหลาย รองรับการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจหลายประเภท
ออกแบบมาเพื่อลูกค้าเชิงพาณิชย์และลูกค้ากลุ่มฟลีทโดยเฉพาะ The Kia PV5ผสานการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไร้มลพิษเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โครงสร้าง PBV ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะช่วยรองรับการใช้งานที่มีความยืดหยุ่น การบรรทุกที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้กับลูกค้าองค์กร
จุดเด่นสำคัญของ The Kia PV5 ได้แก่:
- สถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้า PBV ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะและออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
- สมรรถนะการใช้งานจริงที่โดดเด่น ด้วยระยะทางขับขี่ที่ยาวนานและระบบชาร์จไฟความเร็วสูง
- ระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP
การยอมรับระดับโลกด้านนวัตกรรม ความปลอดภัย และการออกแบบ
The Kia PV5 ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว ตอกย้ำสถานะความเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และนวัตกรรมยานยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Purpose-Built Vehicle) โดยได้รับรางวัลและการยอมรับระดับโลก อาทิ 2026
- 2026 International Van of the Year (IVOTY)
- What Car? 2026 Van of the Year (Cargo)
- Best Small Electric Van (PV5 Cargo)
- Best Van-Based MPV (PV5 Passenger)
- Euro NCAP 5-Star Commercial Van Safety Rating (2025)
- GUINNESS WORLD RECORDS™ – 693.38 km EV van range with maximum payload
- Red Dot Award 2026 – Winner (Automotive Product Design)
- iF Design Award 2026 – Gold (Automotive Product Design)
- Argus Trophy 2026 – Utility Vehicle Category Winner
ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนศักยภาพของเกียในการผสานความเป็นเลิศด้านดีไซน์ นวัตกรรมความปลอดภัย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสมรรถนะของยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ทั้งยังสะท้อนความแข็งแกร่งและบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเกียในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กและกลุ่มPlatform Beyond Vehicle (PBV) ในระดับโลก
นำนวัตกรรมระดับโลกสู่ประเทศไทย
การเปิดตัว The Kia PV5 Cargo ในประเทศไทยในวันนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งมอบนวัตกรรมระดับโลกสู่ลูกค้าชาวไทย โดยบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเสนอ The Kia PV5 Cargo แก่สื่อมวลชนไทยในฐานะโซลูชันการขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ากลุ่มฟลีทและภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ
The Kia PV5 Cargo เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน สำหรับผู้ให้บริการ โลจิสติกส์และลูกค้าองค์กรที่มองหาโซลูชันการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และพร้อมรองรับอนาคต การนำเสนอ The Kia PV5 Cargo ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเกีย ในการสนับสนุนความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคธุรกิจ ควบคู่ไปกับการร่วมผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการขับเคลื่อนสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
เกีย นำเสนอแนวทางใหม่ของการขนส่งเชิงพาณิชย์ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่าน The Kia PV5 Cargo ด้วยการผสานนวัตกรรม PBV ระดับโลกเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างลงตัว
The Kia PV5 Cargo พัฒนาบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสูงสุดภายใต้ขนาดตัวรถที่เหมาะสม โดยมีความยาว 4,695 มม. ระยะฐานล้อ 2,995 มม. พื้นที่บรรทุกมีความยาว 2,255 มม. กว้าง 1,565 มม. และสูง 1,520 มม. ได้ปริมาตรพื้นที่บรรทุกสูงสุด 4,420 ลิตร รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ งานบริการภาคสนาม หรือการขนส่งในเขตเมือง นอกจากนี้ ความสูงของขอบประตูท้ายจากพื้นเพียง 419 มิลลิเมตร ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าและเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
The Kia PV5 Cargo ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานทางธุรกิจในชีวิตประจำวัน ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 51.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับระยะทางการขับขี่สูงสุด 384 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมรองรับการชาร์จทั้งแบบ AC และ DC โดยระบบชาร์จเร็วแบบ DC สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที¹
ภายในห้องโดยสาร The Kia PV5 Cargoได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ผสานความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอย และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน ห้องโดยสารที่กว้างขวางช่วยเพิ่มความสบายตลอดการใช้งาน ขณะที่หน้าจอแสดงผลขนาด 12.9 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลสำคัญของรถได้อย่างสะดวก รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay™ และ Android Auto™ แบบไร้สาย เพื่อการใช้งานระบบนำทางและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง พร้อมพอร์ตชาร์จ USB Type-C หลายตำแหน่ง และการเชื่อมต่อ Bluetooth® ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการฟลีทสามารถเชื่อมต่อและบริหารการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเส้นทางการขนส่งสินค้า
นอกจากนี้ The Kia PV5 Cargo ยังเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานด้วยฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L)² ที่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าจากตัวรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้โดยตรง ช่วยรองรับการใช้งานทางธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้บริการนอกสถานที่ไปจนถึงการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ปฏิบัติงาน
สำหรับภาคธุรกิจ ทุกการส่งมอบสินค้าล้วนมีความสำคัญ The Kia PV5 Cargo จึงได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน ควบคู่กับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เพื่อช่วยปกป้องทั้งผู้ขับขี่ สินค้า และความต่อเนื่องในการดำเนินงานของธุรกิจ โดยมาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง (TSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAC) ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS) เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้าและด้านหลัง กล้องมองภาพด้านหลัง และระบบเบรกอัตโนมัติMulti-Collision Brake (MCB) ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในหลากหลายสภาพการใช้งาน
ขณะเดียวกัน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงAdvanced Driver Assistance Systems (ADAS) อาทิ ระบบรักษาความเร็วคงที่อัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Smart Cruise Control with Stop & Go) ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Collision Avoidance Assist)ที่สามารถตรวจจับรถยนต์ คน และจักรยาน พร้อมฟังก์ชัน Junction Assistระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (Lane Following Assist & Lane Keeping Assist) และระบบช่วยจำกัดความเร็ว (Manual Speed Limit Assist) ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสนับสนุนการขนส่งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดวันทำงาน
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงความเสี่ยง รักษาตำแหน่งการขับขี่ในช่องทางจราจร และช่วยให้การขับขี่มีความสม่ำเสมอมากขึ้นในสภาพการจราจรจริง เทคโนโลยีเหล่านี้จึงส่งเสริมการลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ลดระยะเวลาที่รถต้องหยุดให้บริการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้แก่ผู้ประกอบการฟลีทและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์
แม้จะมีพื้นที่บรรทุกขนาดใหญ่ แต่ The Kia PV5 Cargo ยังคงมอบความคล่องตัวในการขับขี่ในเขตเมืองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.5 เมตร ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถนำรถเข้าออกถนนแคบหรือพื้นที่ขนถ่ายสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในฐานะรถยนต์รุ่นแรกของเกียภายใต้แนวคิด PBV ที่เปิดตัวในประเทศไทย The Kia PV5 Cargo ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขนส่งเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับธุรกิจทุกขนาด
The Kia PV5 Cargo พร้อมจำหน่ายแล้วในประเทศไทยในราคา 1,199,000 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร³ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 7 ปี4 และการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร5
หมายเหตุ
¹ ระยะเวลาในการชาร์จอาจแตกต่างกันไปตามสภาพการใช้งาน โดยระยะเวลาการชาร์จจาก 10-80% ภายใน 30 นาที อ้างอิงจากการชาร์จด้วยเครื่องชาร์จเร็วDC กำลังสูง 350 กิโลวัตต์ที่รองรับมาตรฐานของรถ
² อะแดปเตอร์สำหรับการใช้งานฟังก์ชัน V2L ไม่ได้รวมอยู่ในอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์
³ การรับประกันคุณภาพตัวรถมีระยะเวลา 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท
⁴ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท
⁵ แบตเตอรี่แรงดันสูงได้รับการรับประกันเป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท





























